ระบบบริหารจัดการเว๊ปไซต์

  • ระบบฐานข้อมูลเครือข่าย

  • Member Login
    Lost your password?

    สำนักงานคปก.จับมือ สกว.ร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย

    10/01/2017
    By

    วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๐ ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย กับศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย หรือ สกว.และรองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย

    %e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%9b1

    %e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%9b   %e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1

    ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวต้อนรับผู้บริหารสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย มีข้อความบางตอนว่า “บทบาทที่สำคัญของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในขณะนี้ คือ การเตรียมความพร้อม ทั้งในส่วนงานวิชาการและบุคลากร โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมต่อการรองรับบทบาทภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศอย่างมีประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด

    การปฏิรูปกฎหมายที่ดีนั้น ควรอยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้จากการศึกษาวิจัย ประกอบการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นคำกล่าวของศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดที่ ๑  ที่ให้ไว้กับพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในหลายวาระและโอกาสได้ตระหนักถึงบทบาทภารกิจหน้าที่ของตนเองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

    การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและกองทุนสนับสนุนการวิจัยนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนางานวิจัยด้านการปฏิรูปกฎหมายและการวิเคราะห์ผลกระทบของการออกกฎหมาย (Regulatory Impact Assessment/RIA) ย่อมจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะใน หมวด ๑๖  การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย (๑)

    บันทึกข้อตกลงที่นำไปสู่การสนับสนุนโครงการทั้งด้านวิชาการและงบประมาณ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนากระบวนการจัดทำงานวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้ในการวิจัยเรื่องการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมายหรือ RIA กับการปฏิรูปกฎหมายให้แพร่หลายในวงกว้าง โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการออกกฎ ระเบียบ หรือกฎหมาย  ผู้มีหน้าที่ร่างกฎหมาย ตลอดจนผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ในการออกกฎหมาย ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกฎหมาย ได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการประเมินหรือวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมายอย่างแท้จริง”   ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ กล่าวในที่สุด

    นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวถึงวัตถุประสงค์บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย ในครั้งนี้ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนางานวิจัยด้านการปฏิรูปกฎหมายและการวิเคราะห์ผลกระทบของการออกกฎหมาย (Regulatory Impact Assessment/RIA)  รวมทั้งสนับสนุนการนำงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย โดยการดำเนินการบนความร่วมมือของข้อตกลงฉบับนี้ จะมีกำหนดระยะเวลา ๒ ปี

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นองค์กรหลักของชาติในด้านการวิจัย การสนับสนุน การสร้างและพัฒนากำลังคนและนักวิจัยมืออาชีพในด้านต่างๆ  โดยใช้การวิจัยเป็นกลไกสร้างฐานความรู้สำหรับการแก้ปัญหาให้แก่สังคมไทย โดยสนับสนุนทั้งทางด้านวิชาการและงบประมาณ

    ส่วนกรอบความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย หรือ สกว นั้น อยู่บนหลักการ

    ๑. ร่วมกันสนับสนุนพัฒนากระบวนการจัดทำงานวิจัย และการทำผลงานวิจัยเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย และการวิเคราะห์ผลกระทบของการออกกฎหมาย (RIA)

    ๒. ร่วมกันสนับสนุนใช้กระบวนการสัมมนาเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้กับบุคลากรภาครัฐ บุคลากรรัฐสภา บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณาจารย์ที่จัดการเรียนการสอนวิชานิติศาสตร์ ภาคประชาสังคม และพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

    ๓. ร่วมมือทางด้านวิชาการ และนำงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เพื่อผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย การตรากฎหมาย และการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้จากผลงานวิจัยการปฏิรูปกฎหมาย และ

    ๔. สนับสนุนงบประมาณในโครงการวิจัยที่เห็นชอบร่วมกันแล้ว โดยกำหนดให้แต่ละฝ่ายสนับสนุนงบประมาณร่วมกัน ในสัดส่วนเสมอกัน (50:50)

    ๕. กรณีที่ผลลัพธ์จากความร่วมมือทั้งทางตรงและที่เกี่ยวข้อง เกิดผลงานอันมีทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาเรื่องสิทธิ ผลประโยชน์ และการบริหารจัดการ ร่วมกันเป็นหนังสือเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ อันจะผลักดันให้เกิดการดำเนินการตามตามแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศอย่างมีประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด

    นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ดำริจะดำเนินการโครงการสัมมนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้และเผยแพร่ “การปฏิรูปกฎหมายและการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย (RIA)”  นี้ ร่วมกับอีก ๔ หน่วยงานสำคัญของประเทศและระหว่างประเทศ ประกอบด้วย

    ๑. กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ๒๑ เขตเศรษฐกิจ (๑๙ ประเทศ ๒ เขตเศรษฐกิจ)

    ๒. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

    ๓. กระทรวงยุติธรรม (ความร่วมมือในส่วนงานวิชาการ)

    ๔. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ความร่วมมือในส่วนงานวิชาการ)

    โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิให้เกียรติเป็นคณะกรรมการหลักสูตรคณะกรรมการหลักสูตรการปฏิรูปกฎหมายกับการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย (RIA) ดังนี้

    (๑) นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ                     ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นที่ปรึกษา

    (๒) ดร.ลัดดาวัลย์  ตันติวิทยาพิทักษ์     เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

    (๓) ศ. ณรงค์  ใจหาญ                              อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ

    (๔) ศาสตราจารย์พิเศษ ทศพร  ศิริสัมพันธ์        เลขาธิการ กพร

    (๕) รศ. ดร.โคทม  อารียา                         ผอ. ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล

    (๖) รศ. ดร.จุฑารัตน์  เอื้ออำนวย                  รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    (๗) รศ. สุธรรม  อยู่ในธรรม              คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

    (๘) ผศ. ดร.คณพล จันทน์หอม           อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    (๙) ดร.มารยาท สมุทรสาคร   สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

    (๑๐) รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย

    ดังนั้น โครงการสัมมนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้และเผยแพร่ “การปฏิรูปกฎหมายและการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย (RIA)”  มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้หลักการสำคัญของการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย ผ่านการรับฟังบรรยายและการปฏิบัติการ จากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนการลงพื้นที่เพื่อทดลองปฏิบัติการจริง อันเป็นการพัฒนาหัวข้อวิจัยในปีที่ ๑ และการทำรายงานวิจัยในปีที่ ๒

    สำหรับผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการ คือ รายงานวิจัยข้อเสนอการปฏิรูปกฎหมายจำนวน ๑๖ รายงาน, คู่มือสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร “การปฏิรูปกฎหมายกับการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย (RIA)” เสนอต่อรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  หน่วยงานของรัฐที่ต้องมีภารกิจในการวิเคราะห์ผลกระทบการออกกฎหมายตามมาตรา ๗๗ แห่งร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับผ่านการลงประชามติวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙)  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ในสถาบันของรัฐและเอกชน ภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อประกอบการฝึกอบรมในรุ่นต่อไป ตลอดจนรายงานการประเมินผลการจัดสัมมนาวิชาการ ตลอดจนสื่อผสม (multimedia) เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมาย หลักปฏิบัติที่ดีและธรรมาภิบาลทางกฎหมายและนโยบายด้านกฎหมาย และการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย (RIA) ในประเทศไทยเสนอผ่านสื่อเครือข่ายของ คปก. เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนต่อไป

     

     

    ข้อมูล  : สำนักเลขาธิการ

    ภาประกอบจาก :  นายวัชราภรณ์ ใหญ่ยิ่ง