ระบบบริหารจัดการเว๊ปไซต์

  • ระบบฐานข้อมูลเครือข่าย

  • Member Login
    Lost your password?

    คปก. เสนอร่างพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ… (ฉบับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย) เพื่อปฏิรูปประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

    16/03/2017
    By

    จากการประชุมสมัชชาสามัญองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ประจำปี ๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต จ.ปทุมธานี  ในหัวข้อ  “ขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โลกที่เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน”  มีผู้เข้าร่วมประมาณ ๑๐๐ คนซึ่งเป็นเครือข่ายด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจากทั่วประเทศ และเป็นสมาชิกขององค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ   ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อภิปรายกันในหลายวาระ ได้แก่ การพัฒนาที่ยั่งยืน สถานการณ์และการขับเคลื่อนของภาคประชาชน  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความตระหนักและความรับผิดชอบร่วมกันของประเทศไทยและทุกคน ทิศทางการใช้พลังงานหมุนเวียน การลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล รัฐธรรมนูญและกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น

     

    นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย  ในฐานะวิทยากร ประเด็น “รัฐธรรมนูญและกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”   ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ….  (ฉบับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย) ประเด็น การมีส่วนร่วมและการเยียวยาความเสียหาย ที่มีความสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ  ซึ่งร่างพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ… (ฉบับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย) มีหลักการที่สำคัญเพื่อการปฎิรูประบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อเสนอใหม่ในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย

    ทั้งนี้ สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้มีเจตจำนงการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนดังนี้  ปฏิรูปกฎหมาย สร้างองค์ความรู้ มาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปเพื่อความเป็นธรรม ยึดหลักนิติธรรม เช่น การปรับปรุงกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ  การตรากฎหมายภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน การจัดทำประมวลกฎหมายป่าไม้ที่มีเป้าหมายเพื่อทุกคน  และเสนอให้มีการปฎิรูประบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่รัฐเป็นการบริหารจัดการที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย  บนพื้นฐานของสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน

    นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องเพิ่มความพยายามที่จะสร้างสังคมที่เป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาคุณภาพชีวิต  การเตรียมการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การอนุรักษ์ คุ้มครองระบบนิเวศน์บก ทะเล มหาสมุทร ในการนี้รัฐจะต้องปฏิรูปกองทุนสิ่งแวดล้อม และกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์สนับสนุนการดำเนินงานของภาคประชาสังคม ให้มีการบริหารอย่างเป็นอิสระ ทำงานเชิงรุก และให้องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนทำงานได้อย่างอิสระ

    ข้อมูลข่าวและภาพประกอบจากสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเครือข่าย