ระบบบริหารจัดการเว๊ปไซต์

  • ระบบฐานข้อมูลเครือข่าย

  • Member Login
    Lost your password?

    การปฏิรูปกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    การปฏิรูปกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    โรงไฟฟ้าถ่านหิน สถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องเรียนรู้และถึงเวลาในการปฏิรูปกฎหมาย                                                                                                                           โดย นายณธรรศ ชูจิตร[๑]

             จากเหตุการณ์การชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ณ บริเวณทำเนียบรัฐบาล ของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน แถลงการณ์คัดค้านว่า นโยบายการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทยทั้งกระบี่ เทพา และที่อื่นๆ เป็นนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ความต้องการของประชาชน แต่เป็นการพัฒนาเพื่อพัฒนาประเทศสู่อุตสาหกรรมหนัก อีกทั้งยังมีแนวโน้มของผลประโยชน์ทับซ้อนและการคอร์รัปชั่น โดยที่รัฐบาลก็ได้มีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานแจ้งไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้เริ่มต้นศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ธรรมชาติ กลุ่มคณาจารย์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมจึงได้จัดเวทีสัมมนา “ยกเครื่องระบบ EHIA –เดินหน้า SEA : เริ่มต้นจากโรงไฟฟ้ากระบี่” ณ ห้อง ๗๐๑ อาคารเฉลิมราชกุมารี ๖๐ พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๐ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้ส่งผู้แทนเข้าร่วม

    โดยการสัมมนาในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อการพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment and Health Impact Assessment: EHIA) และผลักดันการประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) ที่เกิดจากข้อเสนอของภาคประชาสังคม รวมถึงการอภิปรายแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากระบี่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีข้อเสนอดังนี้ ๑.การกำหนดคุณสมบัติผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ต้องมีความเป็นอิสระ ๒.คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต้องมี คณะกรรมการในการกำกับการจัดทำรายงาน คณะกรรมการพิจารณารายงาน และคณะกรรมการสร้างการมส่วนร่วม ๓.ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการมีส่วนร่วมต้องจัดทำอย่างมีนัยสำคัญ ๔.ประเด็นการศึกษาต้องครอบคลุมผลกระทบและต้นทุนที่ครบถ้วน เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และสอดคล้องกับข้อตกลงปารีสในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ๕.การพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ต้องมีการลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพและสอดคล้องกับการประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ ๖. เป็นไปตามหลักการป้องกันล่วงหน้า (Precautionary Principle) และต้องมีการป้องกันและเยียวยาผลกระทบอย่างเป็นธรรมตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๕๘ (รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ)

    ในการปฏิรูประบบการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และการประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้มีข้อเสนอไว้ในร่างพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. …. (ฉบับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย) ซึ่งมีความสอดคล้องกับข้อเสนอในงานสัมมนาข้างต้น โดยมีสาระสำคัญดังนี้[๒]

    ๑.การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) หมายถึง ใช้กรอบแนวคิดและกระบวนการในการวิเคราะห์ ประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การพัฒนานโยบาย แผน แผนงาน และโครงการขนาดใหญ่ในรายสาขา (sectoral based) หรือในเชิงพื้นที่ (area based) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี และเปรียบเทียบทางเลือกในการตัดสินใจ

    โดยกำหนดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดประเภทของนโยบาย แผน แผนงาน ทั้งรายสาขาหรือเชิงพื้นที่ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

    หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำนโยบาย แผน แผนงาน รายสาขาหรือเชิงพื้นที่ต้องจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ตั้งแต่ในระยะทำการศึกษาความเหมาะสมของนโยบาย แผน แผนงาน รายสาขาหรือเชิงพื้นที่ และให้หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ เสนอรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

    โดยรัฐต้องจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำรายงานประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ตั้งแต่ในขั้นตอนการจัดทำขอบเขตการศึกษา การจัดทำร่างรายงาน การให้ความเห็นต่อร่างรายงาน และการพิจารณารายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกำหนด

    ๒. การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA) โดยมีวิธีการและขั้นตอน ดังนี้

    การจัดทำรายงาน EHIA

    โครงการของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีขั้นตอนการจัดทำตลอดจนการพิจารณาที่เหมือนกันทั้งหมด หากเป็นโครงการที่ตั้งในพื้นที่ที่มีการทำ SEA อยู่แล้วจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับ SEA ในพื้นที่นั้น และการจัดทำ EHIA จะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ในระยะทำการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ

    การกำกับกิจการโดย EHIA

    นำเอาระบบใบอนุญาต EHIA มาบังคับใช้เพื่อแก้ปัญหาการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับความเห็นชอบก่อนที่จะเริ่มดำเนินโครงการ ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดใน EHIA หากพบว่ามีการทำผิดเงื่อนไข และได้ออกคำสั่งทางปกครองให้แก้ไขแล้วยังไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่ก็สามารถเพิกถอนใบอนุญาต EHIA นั้น ซึ่งจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติในการประกอบกิจการดังกล่าวทันที

    ระบบการจัดจ้าง

    เปลี่ยนแปลงระบบเป็นจัดจ้างผู้ชำนาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยผู้จัดทำโครงการหรือกิจกรรมจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทำการประเมินผลกระทบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยมีสำนักงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจนี้โดยเฉพาะตั้งแต่การขึ้นทะเบียนผู้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จนถึงการตรวจติดตามมาตรการที่กำหนดในรายงานแต่ละฉบับ

    แผนภาพการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ[๓]

    อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ มาตรา ๕๘ บัญญัติว่า “การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชนและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อนเพื่อนนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ

    บุคคลหรือชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการดำเนินการหรืออนุมัติอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

    ในการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดำเนินการให้มีการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า”

    ซึ่งการประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน ตามมาตรา ๕๘ ข้างต้น ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยการออกกฎหมายนั้นต้องเป็นไปตาม มาตรา ๗๗ มีใจความสำคัญว่า “…ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับรัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน …” โดยคณะรัฐมนตรีดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายใน ๒๔๐ วัน นับแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ และให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน ตามความในมาตรา ๒๗๘

    จึงถือเป็นโอกาสที่หน่วยงานของรัฐตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด จะร่างกฎหมายเพื่อพัฒนากระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยพิจารณาจากข้อเสนอที่หลายภาคส่วนได้จัดทำไว้แล้ว อาทิเช่น ข้อเสนอจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เครือข่ายนักวิชาการ รวมถึงภาคประชาชน ฯลฯ มาประมวลเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฯ เพื่อให้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นเครื่องมือที่สะท้อนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่กระบวนการตัดสินใจอย่างรอบคอบและเหมาะสม โดยใช้การชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้ากระบี่ของเครือข่ายภาคประชาชน และการชุมนุมคัดค้านอื่นๆ เป็นบทเรียนในการเรียนรู้และปฏิรูปกฎหมายต่อไป

     

     

    …………………………………………………………………………………………………..

     

     

    [๑] พนักงานบริหารงานปฏิรูปกฎหมาย ๒ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

    [๒]บันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง แผนการให้มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ คปก ๐๑/๘๑๑ ลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘

    [๓] แผ่นพับ ร่างพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. …. (ฉบับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย)