ระบบบริหารจัดการเว๊ปไซต์

  • ระบบฐานข้อมูลเครือข่าย

  • Member Login
    Lost your password?

    เวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ…. เสนอตัดบทลงโทษ และเพิ่มกองทุนสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม

         

     

    ตามที่คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมายมีมติให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมกับสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ  และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ร่วมกันดำเนินการจัดรับฟังความเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยเสนอต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย

    สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมกับสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ  และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จึงได้ร่วมกันจัดเวทีรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ….  ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมเบอร์เคลีย์  โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย เครือข่ายสมาคมวิสาหกิจเพื่อสังคมประเทศไทย (SE)  วิสาหกิจชุมชน ภาคประชาสังคม บริษัทเอกชน สภาอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 172 คน ประเด็นที่รับฟังความห็น ประกอบด้วย บทนิยาม หมวด 1 วิสาหกิจเพื่อสังคม หมวด 2 คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ  หมวด 3 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพี่อสังคมแห่งชาติ  หมวด 4 การส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม  หมวด 5 บทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล

    สำหรับความเห็นที่สำคัญจากเวทีรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ….  ในประเด็นสาระสำคัญผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นว่า สาระสำคัญของการออกกฎหมายฉบับนี้ ควรเป็นการส่งเสริมให้วิสาหกิจเพื่อสังคมเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและต่อยอดได้  ส่วนบทนิยามไม่ควรจำกัดแค่ “สินค้าและบริการ” ควรขยายถึงด้านการผลิต

    ส่วนในหมวด 1 วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้น ผู้เข้าร่วมเห็นว่า ไม่ควรมีข้อบังคับห้ามใช้คำว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” แต่ควรพิจารณาให้สิทธิพิเศษ เช่น สัญลักษณ์ ฯ ต่อผู้จดทะเบียน และควรใช้รูปแบบระบบรับรองอย่างง่าย และในหมวดที่ 2 ส่วนของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาตินั้น ขอให้เพิ่มเติมผู้ทรงคุณวุฒิและกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจน ในขณะที่หมวดที่ 3 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาตินั้น ผู้เข้าร่วมเห็นว่า ควรตัดอำนาจหน้าที่ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนออกและให้สำนักงานฯ อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี

    สำหรับในส่วนการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามหมวดที่ 4 ผู้เข้าร่วมเห็นว่า ควรมีการส่งเสริมที่ครบถ้วน ได้แก่ การให้คำปรึกษา กองทุนสนับสนุนผลประโยชน์ทางภาษี คำรับรองและส่งเสริมการมีส่วนร่วม รวมถึงงานวิจัยนวัตกรรม ในขณะที่หมวดที่ 5 บทกำหนดโทษนั้น ผู้เข้าร่วมเสนอให้ตัดออก และในบทเฉพาะกาล ควรเพิ่มมาตรการจูงใจแก่ผู้สนใจลงทุนด้วย

    เอกสาร สรุปข้อมูลการรับฟังจากการประชุม3กลุ่ม